วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Website เรียนภาษาฝรั่งเศส ภาค 2/2555

ช่วงปิดภาคเรียน มาดามรุจิรา แสงกรด ได้เข้า website ที่น่าสนใจ จึงขอให้นักเรียนเข้าชมดังนี้
http://www.busuu.com/enc/user/register เรียนภาษาฝรั่งเศส online http://www.languageguide.org/french/ เรียนศัพท์จากภาพ http://www.education.vic.gov.au/languagesonline/french/french.htm เรียนด้วยตนเอง สนุกมาก http://school.obec.go.th/rn/abreviationetsigle.htm คำย่อ http://www.3ponts.edu/pages_anglais/frenchtests/frenchtest_everyday_life.html ภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวัน

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Website ของมาดาม

มาดามแนะนำ website ใหม่ http://francais-thammasatklongluang.blogspot.com/ ขอให้นักเรียนทุกคน โปรดติดตามนะคะ

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

Association des nations de l'Asie du Sud-Estประชาคมอาเชียน

L’Association des nations de l'Asie du Sud-Est (ANASE ou ASEAN) est une organisation politique, économique et culturelle regroupant dix pays d'Asie du Sud-Est. Elle a été fondée en 1967 à Bangkok (Thaïlande) par cinq pays dans le contexte de la guerre froide pour faire barrage aux mouvements communistes, développer la croissance et le développement et assurer la stabilité dans la région. Aujourd'hui, l'association a pour but de renforcer la coopération et l'assistance mutuelle entre ses membres, d'offrir un espace pour régler les problèmes régionaux et peser en commun dans les négociations internationales. Un sommet est organisé chaque année au mois de novembre. Son secrétariat général est installé à Jakarta (Indonésie). En 2005, les pays de cette organisation représentaient : • 558 millions d'habitants (environ 10 % de la population mondiale) • 862 milliards $USD de PIB • 26 milliards $USD d'investissements étrangers
Association of Southeast Asian Nations From Wikipedia, the free encyclopedia The Secretariat of ASEAN at Jalan Sisingamangaraja No.70A, South Jakarta, Indonesia. The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN /ˈɑːsi.ɑːn/ AH-see-ahn, rarely /ˈɑːzi.ɑːn/ AH-zee-ahn) is a geo-political and economic organization of ten countries located in Southeast Asia, which was formed on 8 August 1967 by Indonesia, Malaysia, the Philippines, Singapore and Thailand. Since then, membership has expanded to include Brunei, Burma (Myanmar), Cambodia, Laos, and Vietnam. Its aims include accelerating economic growth, social progress, cultural development among its members, protection of regional peace and stability, and opportunities for member countries to discuss differences peacefully. ASEAN covers a land area of 4.46 million km², which is 3% of the total land area of Earth, and has a population of approximately 600 million people, which is 8.8% of the world's population. The sea area of ASEAN is about three times larger than its land counterpart. In 2010, its combined nominal GDP had grown to US$1.8 trillion. If ASEAN were a single entity, it would rank as the ninth largest economy in the world, behind the United States, China, Japan, Germany, France, Brazil, the United Kingdom, and Italy
วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียน คือ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพเสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรมการกินดีอยู่ดีของประชาชนบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิก สัญลักษณ์ของอาเซียน คือ รูปรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นสีแดงล้อมรอบด้วยวงกลม สีขาวและสีน้ำเงิน รวงข้าว 10 ต้น หมายถึง ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Fêtes des Mères

Date de la fête des Mères La fête des Mères est une fête annuelle célébrée par les enfants en l'honneur de leur mère dans de nombreux pays. Compte tenu de la longévité de la vie, cette fête est marquée également par les adultes de tous âges pour honorer leur mère. Les premières traces de célébration en l'honneur des mères sont présentes dans la Grèce antique lors des cérémonies printanières en l'honneur de Rhéa (ou Cybèle), la Grande mère des dieux. Mother's Day Mother's Day is a celebration that honors mothers and motherhood, maternal bonds, and the influence of mothers in society. It is celebrated on various days in many parts of the world, most commonly in March, April, or May. It complements Father's Day, a celebration honoring fathers. Mother's Day is an American invention and it's not directly descended from the many celebrations of mothers and motherhood that have occurred throughout the world over thousands of years; like the Greek cult to Cybele, the Roman festival of Hilaria, or the Christian Mothering Sunday celebration.Despite this, in some countries Mother's Day has become synonymous with these older traditions. ในโอกาสที่วันแม่แห่งชาติของไทย ในวันที่ 12 สิงหาคม มาดามจึงขอฝากบทความให้นักเรียนทุกคนได้อ่าน ในหัวข้อเรื่อง "วันแม่สากล"... เพราะ "แม่" คือ ผู้ที่มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิดชีวิตแก่เรา แม่ได้อุ้มชูเลี้ยงดูเราด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่จนเราได้เติบโตขึ้น ฉะนั้น ไม่เพียงเฉพาะคนไทยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับวันแม่ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและเทิดทูนสตรีผู้ให้กำเนิด … ว่าแต่วันแม่สากลนั้นกำเนิดและมีที่มาอย่างไร คนไทยยกย่องให้วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ แต่ในความเป็นสากลแล้ว อีกหลาย ๆ ประเทศกำหนดให้ วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เป็นวันแม่สากล ซึ่งต้นกำเนิดวันแม่นั้น มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่ชาวกรีกที่เฉลิมฉลองวันแม่ The Mother of the Gods ผ่านมาจนในปี ค.ศ. 1960 ชาวอังกฤษจึงเริ่มใช้ "Mothering Sunday" สืบเนื่องมาจาก พวกกรรมกรนำเค้กชนิดพิเศษที่เรียกกันว่า The mothering cake นำกลับไปเยี่ยมมารดาของตน ต่อมาในปี ค.ศ. 1872 จูเลีย วอร์ด ฮาว (Julia Ward Howe) นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวบอสตัน สหรัฐอเมริกา ต้องการเรียกร้องสันติสุขสำหรับการพบแม่ในวันแม่ Mother's Day meetings แต่เวลาผ่านมาจนกระทั่งมีผู้มุ่งมั่นเรียกร้องให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการเมื่อ แอนนา มารี จาร์วิส (Anna Marie Jarvis) คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย ได้เรียกร้องให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1908 หลังจากเธอต้องสูญเสียแม่ผ่านไป 2 ปี เธอต้องการให้ทุกคนระลึกถึงบุญคุณของแม่ ซึ่งความพยายามของเธอก็เป็นผลในปี ค.ศ. 1914 (พ.ศ. 2457) หลังประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว ทั้งนี้ วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ได้กลายเป็นวันแม่แห่งชาติของหลายประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศอังกฤษ, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, อิตาลี, ตุรกี, ออสเตรเลีย, เม็กซิโก, แคนาดา, จีน, ญี่ปุ่น, และเบลเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเทศที่กำหนดวันแม่แห่งชาติของตนเอง แต่ยังคงกำหนดวันอาทิตย์เช่นกันโดยใช้คำว่า Mothering Sunday รู้ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับวันแม่สากลกันแล้ว เราในฐานะที่เป็นลูกก็อย่าลืมแสดงความรักต่อแม่ผู้ให้กำเนิดในวันแม่กันนะคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นวันไหนเราก็สามารถที่จะแสดงความรักแม่ได้ในทุก ๆ วันอยู่แล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia สารานุกรมเสรี

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บริษัทฝรั่งเศสในประเทศไทย

บริษัทฝรั่งเศสในประเทศไทย
ติดตาม http://www.ambafrance-th.org/article965

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Le slogan des JO-2012 dévoilé:

Le slogan des JO-2012 dévoilé:
Le slogan des JO-2012 dévoilé: "inspirer une génération" อินสไปร์ อะ เจเนอเรชั่น (Inspire a Generation) สโลแกนโอลิมปิก 2012 ซึ่งมีความหมายว่า แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ เซบาสเตียน โค ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษได้แถลงข่าวการเปิดตัวสโลแกนโดยใช้คำว่า อินสไปร์ อะ เจเนอเรชั่น (Inspire a Generation) ซึ่งมีความหมายว่า แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ด้วย Inspire a Generation จะสื่อให้สอดคล้องกับเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งประเทศอังกฤษได้กล่าวไว้ว่า อยากจะจัดงานโอลิมปิก 2012 ในครั้งนี้ ให้กลายเป็นแรงบันดาลใจของเด็กหนุ่มวัยรุ่นให้รู้จักการเล่นกีฬาให้มากยิ่งขึ้น และอีกทั้งยังพร้อมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหนุ่มวัยรุ่นด้วยไอดอลนักกีฬาโอลิมปิก2012 สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิล เฟรด เฟ็ลปส์ นักกีฬาว่ายน้ำ 8 เหรียญทอง ที่เคยให้คำสบประมาทไว้ว่าไม่มีใครสามารถสู้เค้าได้ นอกจากสถิติของเค้านั้นเอง หรือนักกีฬาบาสหน้าใหม่ เจเรมี่ หลิน Jeremy Lin นักบาสเอเชีย ที่เขาเป็น Point Guard เอเชียคนแรกที่ได้เล่นNBA ไม่รวม เหยาหมิง ที่เคยสร้างความโด่งดังของตัวเค้าเองในกีฬาบาส กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนกับการแข่งขันโอลิมปิก 2008 และยังมีอีกหลายๆคนที่พร้อมจะเป็นไอดอล ที่พร้อมจะสร้างฝัน สร้างจิตนาการ ตามสโลแกนที่ว่า Inspire a Generation แรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ที่มา : วิกิพีเดียและ www.โอลิมปิก2012.com

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มารยาทในการรับประทานอาหารแบบตะวันตก

มารยาทในการรับประทานอาหารแบบตะวันตก 1. เมื่อเข้าไปที่โต๊ะอาหาร สุภาพบุรุษควรดึงเก้าอี้ให้สุภาพสตรี แล้วคลี่ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะให้สุภาพสตรีด้วย การคลี่ผ้าเช็ดปากให้วางบนตัก โดยพับเป็นสองท่อน เอาชายผ้าเข้าหาตัว และเมื่อต้องลุกจากโต๊ะระหว่างรับประทานอาหาร ผ้าเช็ดปากนั้นให้วางลงบนเก้าอี้หรือพนักวางแขน เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ให้เอาผ้าวางบนโต๊ะด้านขวา 2. ควรนั่งอย่างสบาย ตัวตรง ไม่ก้มหน้า ให้ดึงเก้าอี้เข้าหาโต๊ะ และไม่นั่งไขว่ห้าง ไม่นั่งเท้าแขน เอามือวางบนตัก และไม่ควรประแป้งหรือทาลิปสติกบนโต๊ะอาหาร 3. โทรศัพท์มือถือไม่ควรเปิดเสียง และห้ามวางไว้บนโต๊ะอาหาร ผิดมารยาทเพราะถือว่าไม่ให้ความสำคัญกับคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย 4. ไม่ควรถอดรองเท้าใต้โต๊ะ และไม่ควรใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าเปิดส้น 5. เอาใจใส่ดูแลทรงผม ให้เรียบร้อย 6. เสื้อผ้าผู้หญิงให้ระวัง อย่าใส่คอลึก ถ้าสวมกระโปรง ไม่นิยมนุ่งกระโปรงสั้น 7. จานขนมปังอยู่ทางซ้ายมือเสมอ (หากหยิบผิด ให้กล่าวคำขอโทษ แล้วเปลี่ยนจานขนมปังได้) 8. ขนมปังหยิบรับประทานได้เลย ไม่ต้องรอให้เจ้าภาพบอก หากหมดแล้วขอใหม่ได้ วิธีรับประทานที่ถูกต้องคือ บิขนมปังด้วยมือ แล้วทาเนยตรงชิ้นที่เข้าปาก และเมื่อใช้มีดป้ายขนมปังเสร็จแล้ว ต้องวางคืนไว้ที่จานขนมปัง (ขนมปังรับประทานได้เรื่อยๆ จนกระทั่งจบเมนคอร์ส ถือเป็นอันสิ้นสุด) 9. แก้วน้ำอยู่ทางขวามือ 10. ใช้ช้อน ส้อม มีด จากด้านนอกสุดเข้าหาด้านในสุด 11. การรับประทานซุปด้วยช้อนซุป ควรตักซุปออกจากตัว และรับประทานซุปทางด้านข้างของช้อน ถ้าเป็นซุปใสใส่ถ้วยที่มีหู สามารถยกถ้วยดื่มได้เลย ยกเว้น ซุปข้น และไม่ควรมีเสียงดังขณะดื่ม และไม่ควรเอาขนมปังจิ้มซุป 12. ควรสนทนากับผู้นั่งข้างเคียงบ้าง แต่อย่าให้เสียงดัง เวลาสนทนาควรวางมีดกับส้อมบนจานเสียก่อน อย่าถือมีดหรือส้อมชี้ประกอบท่าทาง ควรหลีกเลี่ยงหัวข้อสนทนาเรื่องการเมืองและศาสนา ส่วนหัวข้ออื่นๆ พูดได้ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ รถติด เป็นต้น 13. เวลารับประทานเนื้อ นิยมตัดรับประทานทีละชิ้นแบบอังกฤษ แต่แบบอเมริกันจะหั่นเนื้อจนหมด แล้ววางมีดไว้ด้านบนของจาน แล้วเปลี่ยนถือส้อมด้วยมือขวาส่งอาหารเข้าปาก สำหรับในประเทศไทยนิยมแบบอังกฤษ 14. เวลาหั่นอาหาร เมื่อหยิบส้อมขึ้นมา ให้คว่ำส้อม แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วห้วแม่มือจับไว้ที่คอมีด เพื่อจะได้ออกแรงหั่นได้ดี 15. ถ้าอาหารมีลักษณะเป็นเส้น เช่น เส้นสปาเกตตี ให้ใช้ส้อมม้วนเส้น แล้วค่อยนำใส่ปากรับประทาน 16. อาหารจะเซตเมนูมาให้อยู่แล้ว ขอเพิ่มไม่ได้ จบแล้วจบเลย งานเลี้ยงอย่างเป็นทางการจะไม่มีการเสิร์ฟอาหารเพิ่มเติม 17. เสิร์ฟอาหารอะไรมาก็ต้องรับประทานแบบนั้น 18. ไม่ควรแชร์อาหารกับคนข้างๆ ห้ามทำเด็ดขาด 19. การเสิร์ฟ ซอร์เบท (Sorbet) หรือไอศกรีมที่ไม่ใส่นม ไม่ใส่ครีม มีรสเปรี้ยวนำ ก็เพื่อล้างปากก่อนเสิร์ฟอาหารจานต่อไป นิยมเสิร์ฟในงานพิธีการใหญ่ๆ ถ้าเป็นงานปกติจะไม่เสิร์ฟ 20. การใช้เครื่องมือรับประทานอาหารแบบพิเศษ ถ้าไม่ทราบวิธีการใช้ ให้สังเกตคนรอบข้าง 21. การรับประทานผลไม้ ใช้ส้อมหยิบผลไม้แล้วปอกด้วยมีด ซึ่งแล้วแต่ชนิดของผลไม้มีวิธีต่างๆ กัน 22. ไม่ควรเอื้อมหยิบของข้ามหน้าแขกท่านอื่นๆ ควรเรียกพนักงานบริการหยิบให้ ถ้าจำเป็นให้ขอร้องผู้นั่งร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ถัดไปด้วยความสุภาพ พร้อมกล่าวคำขอบคุณ 23. ในกรณีที่ทำของหรืออุปกรณ์รับประทานอาหารตกจากโต๊ะ อย่าตกใจ ควรขอโทษคนข้างเคียงเบาๆ และไม่ควรหยิบขึ้นมาจากพื้นเอง ขอใหม่ได้จากบริกร 24. การรวบมีดกับส้อม หรือช้อนส้อม อังกฤษนิยมรวบไว้ตรงกลาง ตรงหน้า และหงายส้อม แต่อเมริกันนิยมรวบไว้หัวจานเฉียงๆ 25. ควรซับริมฝีปากด้วยผ้าเช็ดปากเสียก่อนการดื่มเครื่องดื่มต่างๆ 26. อาหารที่เป็นจาน 'ของหวาน' ให้ใช้ช้อน-ส้อมที่อยู่ด้านหน้า 27. ถ้าเสิร์ฟชาหรือกาแฟ เมื่อผสมใช้ช้อนคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เอาช้อนวางไว้ อย่าใช้ช้อนตักชิม 28. และอย่าเผลอเอามีดจิ้มอาหารใส่ปาก 29. หากรับประทานอาหารที่มีกระดูก ให้ใช้ทิชชูปิดปากแล้วค่อยๆ คายกระดูกออกจากปาก หรือหากรับประทานอาหารที่มีก้างหรือกระดูกไก่ ซึ่งเมื่อใช้ช้อน-ส้อมแทะเนื้อหมดแล้ว สามารถนำกระดูกวางไว้ข้างๆ จานได้ 30. หากรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ ควรตักทีละอย่าง แล้วต้องมั่นใจด้วยว่าที่ตักมาแล้วต้องรับประทานให้หมด และเมื่อหมดแล้วสามารถลุกไปหยิบใหม่ได้อีก และไม่ควรอย่างยิ่งที่ตักมากองๆ ไว้เผื่อคนอื่น ให้ตักเฉพาะตัวเอง 31. การเสิร์ฟเครื่องดื่มนั้นจะเสิร์ฟตามชนิดของอาหาร เช่น เสิร์ฟปลาและอาหารทะเลกับไวน์ขาว อาหารประเภทเนื้อหรือไก่ก็จะเสิร์ฟพร้อมไวน์แดง หรือไวน์โรเซ่ ส่วน 'แชมเปญ' จะเสิร์ฟตอนท้ายสำหรับการดื่มอวยพร ถ้ามีการดื่มแชมเปญ และได้รับเชิญ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ถือว่าเสียมารยาท แต่ถ้าใครไม่ดื่มช่วงที่มีการดื่มอวยพร ให้ยกแก้วขึ้นจรดภายนอกริมฝีปาก โดยไม่ต้องเอาเข้าปาก 32. ถ้าเสิร์ฟไวน์ สามารถดื่มได้ตลอดจนจบงาน 33. ในกรณีที่มีการเสิร์ฟผลไม้สด เจ้าภาพจะเตรียมมีดสำหรับผลไม้ไว้ให้ พร้อมจัดถ้วยใส่น้ำลอยด้วยดอกกุหลาบหรือกลีบกุหลาบไว้ให้สำหรับล้างปลายนิ้ว และต้องล้างมือทีละข้าง อย่าล้างทั้งสองมือ (ไม่สุภาพ) ควรระมัดระวังการล้างมือ อย่าให้น้ำหกเลอะเทอะ ใช้ผ้าเช็ดมือเช็ดมือให้เรียบร้อย พึงระวังว่าไม่ใช่น้ำดื่มเพราะอาจพลาดหยิบขึ้นมาดื่มได้ ในกรณีที่ผลไม้ได้รับการปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าภาพจะเสิร์ฟส้อมผลไม้แทน 34. Menu Card แสดงรายการอาหาร นิยมใช้กระดาษทองขอบทองขนาด 4x6 นิ้ว โดยมากมักจะพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส (ถ้าเป็นไทยล้วนก็ควรใช้ภาษาไทย) หลังจบงานเลี้ยงแล้ว ถ้าต้องการเก็บเป็นที่ระลึก สามารถนำกลับได้ 35. ควรคำนึงถึงความสุภาพ นิ่มนวล และไม่รีบร้อน