วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

BRAVO คุณเยี่ยมมาก !

นักเรียนที่รัก
โปรดตรวจสอบรายชื่อผู้ส่งงาน ครั้งที่ 1
แนะนำตัว ชื่อ ชั้น เลขที่ (และอื่น ๆที่อยากจะให้ทราบ)
ม.4/7 ยังไม่มีใครแนะนำตัวมาเลย พี่ 5/7 และ6/7 บอกน้อง ๆด้วยนะคะ
มาดามรออยู่ คะแนนมันเยอะ 
นางสาว อัจจิมา ใจใหม  ชั้น ม. 6/7 ปีการศึกษา 2556

ชื่อ  นางสาว มณีรัตน์   สบาย  ชั้น ม.6/7 เลขที่ 16
je m' appelle maneerat  sabai M.6/7 N. 16
สวัสดีค่ะ นางสาว ยลดา   สนมศรี ปัจจุเลขที่ 15 ค่ะ ตอนนึ้อยู่ ม.6แล้วค่ะ
ชื่อนายณัฐณิชา ทรัพย์ประทุม ชั้นม.6/7 เลขที่ 6
สวัสดีค่ะมาดาม ดิฉันชื่อนางสาวธาราบุตร  ภาคีมุข  เลขที่  10  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6/7 แผนการเรียนอังกฤษ – ฝรั่งเศส นักเรียนโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม 
เปิดเทอมขึ้นมอหกเป็นปีสุดท้ายแล้วทุกคนในห้องเรียนให้ความช่วยเหลือกันดี 
ตั้งใจเรียนทำงานส่งเพื่อจบไปได้เข้าคณะที่ตัวเองหวังและตั้งใจไว้
การเรียนทางinternetสนุกสนานและน่าเรียนมาก เพราะในห้องมีwindows8ให้ใช้ ทันสมัยมาก
Bonjour
Nom    prattana sungsorn
Class    M.6/7
No.       28
 
ชื่อนางสาวสุชานันท์  เรียนวัฒนา    ชื่อเล่น  มายด์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6/7    เลขที่ 32
นางสาวจุฑามาศ  สาดแฟง   (พลอย)   ชั้นม.6/7   เลขที่  13
สวัสดีค่ะมาดาม  ดิฉันชื่อ นางสาวพิชชาพร มีปิ่น     ม.6/7 เลขที่29
 
Bonsoir !! Madame
Je m'appelle Prapawadee Poonperm
์๋J'ai 17 ans.
class 6/7
Bonjour!
Professeur Mme.Ruchira Saengkrod
Je m' appelle Banjawam Butsuea
no.11 class m.6/7
 สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาว เบ็ญจวรรณ   บุตรเสือ เลขที่11  ชั้นม.6/7
Bonjour  นาย ทนงศักดิ์ วัฒนาวารีกุล ม.6/7 เลขที่ 5
 Bonjour สวัสดีครับ
1.Je m'appelle Pongsatorn  Rattanamongkolkul.
           = ชื่อของกระผมชื่อ พงศธร  รัตนมงคลกุล.
2.Quel est mon surnom "ming"= ชื่อเล่นของกระผมคือ มิ้ง
3.Apprises à l'école Thammasatkhlongluangwithayakhom.
           = กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน ธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม
4.Je suis en M.6/7    = เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/7
5. No:  3  = เลขที่ 3
6.J´ai 18 ans.     = กระผมอายุ 18 ปี
7.Je suis né le 18 Juin 2538 (1995).
           = ผมเกิดวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2538 (ค.ศ.1995)
8.Je suis intéressé à apprendre le français parce que le français est la deuxième au monde après l'anglais.
           = กระผมสนใจเรียนภาษาฝรั่งเศส เพราะ ภาษาฝรั่งเศส เป็นภาษาที่มีใช้มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากภาษาอังกฤษ
9.Des sujets comme les études sociales, les apprenants de langue anglaise est la langue française.
           = วิชาที่ผมชอบเรียน คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ ภาษาไทย
10.Je veux un futur gouvernement. = อนาคตผมอยากเป็น ข้าราชการ
Merci ขอบคุณครับ
แนะนำตัว Je m'appelle ChalineeThammalikhit  ฉันชื่อชาลินี ธรรมลิขิต

- Je suis née le 13
février 1996. ฉันเกิดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539

- J'ai 17 ans. 
ฉันมีอายุ 17 ปี


- Il y a quatre personnes dans ma famille. 
มี 4 คน ในครอบครัวของฉัน

- J'aime le français etl'anglais. 
ฉันชอบภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ

- J'aimeaussi la musique pop etj'aime regarder la télévision. 
ฉันชอบเพลงป๊อบ และฉันก็ชอบดูโทรทัศน์

- Je voudrais être hôtesse de l'air parceque j'aime voyager. 
ฉันอยากเป็นแอร์โฮสเตสเพราะว่าฉันชอบเดินทางท่องเที่ยว
-Je suis étudiant  à l'école de ThammasatKlongluang.ฉันเรียนอยู่ที่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง
-J’ habite à Taladthai. ฉันอยู่ที่ตลาดไท
Bonjour!je m'appelle nanthicha (oil) j'ai 18 ans
je suis étudiante a’  l’ école thammasatkhlongluangwittayakom je suis thailandaise
Bonjour ชื่อ  นางสาวมณีรัตน์   สบาย ชั้น ม.6/7  เลขที่  16
Je m' appelle Pathitta  Sorasit.Mon nume'ro c'est 28

Je suis en 5/7
Bonjour madame
              
 Je m'appelle Benjamat Prommanee  Niveau secondaire  6/7
 No.26
Bonjour madame.
 Je m'apelle Areeya Namsrichat Niveau secondaire 6/7
No. 37
Bonjour !
สวัสดีค่ะ
Je suis un Thaïlandais. : ฉันเป็นคนไทยJe Prénom Jirapa. : ฉันชื่อ จิราภา   Nom. Srinari : นามสกุล  ศรีนารีClasse. : 6/7
No. : 22J'ai 17 ans. : ฉันอายุ 17 ปีÉtait de 53. : หนัก 53
H 161. : สูง 161 Je suis étudiante à l' école T.K. : ฉันศึกษาอยู่โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม
J'habite à Pathumtanee. : ฉันอาศัยอยู่ที่ปทุมธานี  
J'aime écouter de la musique. : ฉันรักการฟังเพลง
J'aime manger des fruits comme le mangoustan, l'orange. : ฉันชอบกินผลไม้่ เช่น มังคุด,ส้ม
Bonjour  มาดาม แนะนำตัว ชื่อนาวาสวกฤติยาภรณ์   ขัดทะจันทร์  ม.6/7  เลขที่ 20

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Superbe !

ในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนปีนี้ เป็นเวลาที่ได้พักผ่อน มีความสุขกับ            
การท่องเที่ยว กับเพื่อนที่สนิท ณ ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ในยุโรป           
ก็อดไม่ได้ที่นำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปพบและเที่ยวชมมาฝาก
นักเรียนทุกคน พร้อมภาพถ่าย ลองเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวให้ครบ                  
ทั้ง 6 แห่งนะคะ รับรองว่าต้องอ่านเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กลับไปนอนฝัน
ได้เลยทีเดียวเชียว ไม่เชื่อ ต้องลอง ! เลือกอ่านได้ 3 ภาษา
ไทย  English และ Français
Le Vatican

Le Vatican, officiellement État de la Cité du Vatican, en italien Vaticano et Stato della Città del Vaticano, est le support territorial du Saint-Siège enclavé dans la ville de Rome en Italie. En 2012, il compte 832 habitants sur une superficie totale de 0,44 km², ce qui en fait le plus petit État au monde.
Il a été créé le 11 février 1929 comme représentation temporelle du Saint-Siège, l'ensemble des institutions de l'Église catholique romaine, aux termes des accords du Latran signés par celui-ci, représenté par le cardinal Gasparri et l'Italie, représentée par Mussolini.
Siège de la papauté depuis Saint Pierre, centre officiel du christianisme depuis Constantin (IVe siècle), le Vatican est à la fois un important site archéologique du monde romain et le siège du monde catholique.
Le pape actuellement régnant est François, élu le 13 mars 2013, suite à la renonciation de Benoît XVI le 28 février de la même année.

Vatican City  or Vatican City State, in Italian officially Stato della Città del Vatican is a landlocked sovereign city-state whose territory consists of a walled enclave within the city of Rome. It has an area of approximately 44 hectares (110 acres), and a population of just over 800. This makes Vatican City the smallest internationally recognized independent state in the world by both area and population. The Pope is also the Head of State and Government of the Vatican City State.
Vatican City was established as an independent state in 1929 by the Lateran Treaty, signed by Cardinal Secretary of State Pietro Gasparri, on behalf of Pope Pius XI and by Prime Minister and Head of Government Benito Mussolini on behalf of King Victor Emmanuel III of Italy. Vatican City State is distinct from the Holy See, which dates back to early Christianity and is the main episcopal see of 1.2 billion Latin and Eastern Catholic adherents around the globe. Ordinances of Vatican City are published in Italian; official documents of the Holy See are issued mainly in Latin. The two entities have distinct passports: the Holy See, not being a country, issues only diplomatic and service passports, whereas Vatican City State issues normal passports. In each case, very few passports are issued.
The Lateran Treaty of 1929, which brought the city-state into existence, spoke of it as a new creation (Preamble and Article III), not as a vestige of the much larger Papal States (756–1870) that had previously encompassed much of central Italy. Most of this territory was absorbed into the Kingdom of Italy in 1860, and the final portion, namely the city of Rome with Lazio, ten years later, in 1870.
Vatican City is an ecclesiastical or sacerdotal-monarchical state, ruled by the Bishop of Rome—the Pope. The highest state functionaries are all Catholic clergymen of various national origins. It is the sovereign territory of the Holy See (Sancta Sedes) and the location of the Pope's residence, referred to as the Apostolic Palace.
The Popes have generally resided in the area that in 1929 became Vatican City since the return from Avignon in 1377, but have also at times resided in the Quirinal Palace in Rome and elsewhere. Previously, they resided in the Lateran Palace on the Caelian Hill on the far side of Rome from the Vatican. Emperor Constantine gave this site to Pope Miltiades in 313. The signing of the agreements that established the new state took place in the latter building, giving rise to the name of Lateran Pacts, by which they are known.

 นครรัฐวาติกัน (อังกฤษ: State of the Vatican City; อิตาลี: Stato della Città del Vaticano) เป็นนครรัฐที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลซึ่งน้อยที่สุดในโลกทั้งในแง่พื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ศูนย์กลางคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งออกแบบโดยมีเกลันเจโล
การปกครองเป็นแบบอำนาจเบ็ดเสร็จ อำนาจตกอยู่ที่พระสันตะปาปาเพียงผู้เดียว จะหมดวาระก็ต่อเมื่อสิ้นพระชนม์ ปัจจุบัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2556
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1929 นครรัฐวาติกันและอิตาลีได้ลงนามสนธิสัญญายอมรับสถานะของนครรัฐวาติกันเป็นรัฐเอกราชมีอำนาจอธิปไตยของตนเอง ตั้งแต่ ค.ศ. 1960 นครรัฐวาติกันได้รับการจารึกให้เป็นดินแดนที่จะต้องได้รับการปกป้องรักษาไว้เป็นพิเศษในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งทางอาวุธ (International Register of Cultural Works under Special Protection in Case of Armed Conflict) เนื่องจากเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมของโลก มีหอสมุดอันเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 (the Apostolic Library of the Vatican)
ต่อมา ในศตวรรษที่ 15 ได้มีการจัดตั้งหอจดหมายเหตุนครรัฐวาติกัน (Secret Archive of the Vatican) พิพิธภัณฑ์วาติกัน มหาวิหารนักบุญเปโตร และมีสำนักพิมพ์ของตนชื่อ the Vatican Polyglot Press ซึ่งเป็นที่จัดพิมพ์ผลงานภาษาต่างๆ รวมทั้งออกหนังสือพิมพ์รายวัน Observatore Romano ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่ ค.ศ. 1861 และตั้งแต่ ค.ศ. 1931 นครรัฐวาติกันได้จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง ถ่ายทอดเสียงภาษาต่างๆ ถึง 30 ภาษา ปัจจุบัน นครรัฐวาติกันมีสถานีวิทยุกระจายเสียง 3 สถานี สถานีโทรทัศน์ 1 สถานี


วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

สถานที่ที่น่าสนใจในฝรั่งเศส Bienvenue en France

สถานที่ที่น่าสนใจในฝรั่งเศส
Château de Chenonceau ปราสาทเชอนองโซ เป็นปราสาทที่สง่างามที่สุดในเขตหุบเขาลุ่มแม่น้ำลัวร์ ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแชร์ ที่สร้างสมัยศตวรรษที่ 16 เน้นในเรื่องสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มี ฐานโค้งที่สวยงามรองรับตัวปราสาท ตัวเสาฝังอยู่ที่ก้นแม่น้ำ ปราสาทจึงดูคล้ายลอยอยู่เหนือน้ำ ปราสาทมีสวนสวยและป่าละเมาะที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ ช่วยส่งให้ปราสาทแห่งนี้โดดเด่นยิ่งขึ้น ภายในมีเครื่องเรือนเก่าแก่และภาพวาดมากมาย Le Mont Saint Michel มงแซงต์-มิเชล คือวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยว กลางทะเลชายฝั่งตะวันตก บริเวณบาส-นอร์มองดีของประเทศ ฝรั่งเศส ได้รับประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็น มรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ชื่อ มงแซง-มีแชลและอ่าว และยังเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เทียบได้กับมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ( Saint Peter Cathedal )แห่งกรุงโรม สร้างมาหลายยุคหลายสมัยเปลี่ยนแปลงรูปแบบตลอดการสร้าง จน ค.ศ. 966 นักบวชนิกายเบเนดิกตีนจากวิหารแซ็ง-ว็องดรีย์ ได้สร้างโบสถ์และอาคารขึ้นใหม่เป็นอารามขนาดใหญ่ และมีการตั้งชื่อใหม่ว่ามงแซ็งต์-มิเชล ในปีหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนมงแซง-มีแชลกว่า 3 ล้าน 2 แสนคน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยงยอดนิยมอันดับที่ 3 ของประเทศฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซาย ตัวเกาะอันเป็นที่ตั้งของวิหารนั้นเป็นหินแกรนิต โดยมีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 960 เมตร และสูง 92 เมตร แล้วถ้าบวกกับความสูงของตัววิหารนั้นแล้วก็จะมีความสูงถึง 155 แมตร บนยอดวิหารเป็นรูปปั้นทองของเทวดามิเชล (ไมเคิล) สร้างโดย เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet) Nice นีซ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของฝรั่งเศส นีซเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมชั้นเยี่ยม ซากปรักหักพัง พิพิธภัณฑ์ ร้านเสื้อผ้า ตลาดกลางแจ้ง ภัตตาคาร และชีวิตในยามค่ำคืน ทำให้นีซเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมที่น่าไปเยี่ยมชม นีซเป็นเมืองที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย ประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาคนี้ส่งผลให้เมืองนี้มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น นอกเหนือจากวัฒนธรรมฝรั่งเศสยังสัมผัสได้ถึงอิทธิพลที่ได้รับจากชาวอิตาเลี่ยนและจากดินแดนอาณานิคมอย่างเกาะคอร์ซิกา ที่นีซมีงานเทศงานคาร์นิวัลใน เดือนกุมภาพันธ์ เทศกาลเพลงแจ๊สในเดือนกรกฎาคม และงานแสดงศิลปะตลอดทั้งปี รวมถึงงานอื่นๆที่สร้างสีสันให้เมืองนี้อยู่เสมอ Deauville โดวิลส์ เมืองตากอากาศริมทะเลอีกเมืองหนึ่ง ที่ดาราและนางแบบนิยมมาถ่ายรูปลงปกนิตยสารกันอยู่เป็นประจำ มีการสร้างสะพานไม้ เพื่อการนี้โดยเฉพาะ สามารถเดินเที่ยวชมเมืองเล็กๆ ที่หรูหรา และแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของเหล่าชนชั้นสูงในอดีต ตัวเมืองเรียงรายไปด้วยด้วยอาคารร้านค้าสวยงาม ขายสินค้ายี่ห้อดังๆ อาทิ กุชชี่, คาร์เทียร์, คริสเตียนดิออร์, หลุยส์ วิตตอง, ปราดาและห้างแพรงตองส์ ในบรรยากาศสบายๆ Grasse เมือง กราซ ในแคว้น Provence ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการผลิตน้ำหอมของฝรั่งเศส กลิ่นหอมจากดอกไม้และพืชนานาชนิดถูกนักผสมน้ำหอมหรือ Le Nez ทำการผลิตจากการผสมกลิ่นหอมต่างๆ และมีการตั้งชื่อด้วยคำจากภาษาวรรณกรรมหรือบุคคลเป็นส่วนใหญ่ จนเริ่มมีร้านขายน้ำหอมเปิดจำหน่ายเป็นร้านเฉพาะจากเดิมที่จำหน่ายร่วมกับ เวชภัณฑ์ โดยมีการตกแต่งร้านขายน้ำหอมอย่างงดงามด้วยกระจกเงาและสีสันที่อ่อนโยน จนทุกคนเป็นต้องเหลียวมองเมื่อเดินผ่าน เทศกาลประจำปีที่น่าเที่ยวของฝรั่งเศส Le Carnival de Nice งานคาร์นิวัลที่เมืองนีซ นั้นเป็นหนึ่งในงานคาร์นิวัลหลักๆ ของโลก นอกจาก งานคาร์นิวัลที่บลาซิล และ งานคาร์นิวัลที่เวนิช อิตาลี เลยทีเดียว ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นทุกๆ ปีประมาณเดือน กุมพาพันธ์ ใน เมือง นีซ ประเทศ ฝรั่งเศส จากบันทึกแสดงให้เห็นว่า งานคาร์นิวัลนี้มีมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1294 โดย ท่านเคาท์แห่งปรอแวนส์ (Count of Provence ) ได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้น จึงมีการสันนิฐานว่าเป็นจุดกำเนิดของงานคาร์นิวัลที่เมืองนิซแห่งนี้ โดยแต่ละปี งานคาร์นิวัลที่เมืองนีซมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมมากว่า 1,000,000 คนต่อดี ซึ่งมีการจัดงานยาวถึง 2 สัปดาห์เลยทีเดียว Le Festival de Cannes เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และมีอิทธิพลมากที่สุดรวมถึงชื่อเสียง เทียบเคียงกับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน และเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ไม่เฉพาะภาพยนตร์ที่เป็นกระแสเหมือนกับ Holly woods แต่เป็นงานที่เปิดโอกาสให้กับภาพยนต์สั้นของผู้จัดทำภาพยนตร์อิสระ งานจัดขึ้นประจำปี ราวเดือนพฤษภาคม ที่ Palais des Festivals et des Congr?s ในเมืองคานส์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส Ferias de Nimes งานเทศกาลที่เมืองนิมส์ เป็นการจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับความกล้าหาญในการต่อสู้ของวัวกระทิงและนักสู้วัวกระทิง หรือ โตแรโร ( Torero ) โดยนักสู้วัวกระทิงนี้มีสถานะที่เป็นเหมือนกับวีรบุรุษของชาติ เหมือนกับ นักฟุตบอลของประเทศเลยทีเดียว งานเทศกาลนี้ไม่จำเป็นต้องชมการต่อสู้วัวกระทิงเท่านั้น ยังมีกิจกรรมมากมายที่ทำให้งานเทศกาลที่เมืองนิมส์มีความรื่นเร่งเช่น การแสดงดนตรีตามถนนสายต่างๆ ภายในเมืองเป็นต้น

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สุขสันต์วันคริสมาต

สุขสันต์วันคริสมาต Joyeux Noël et Bonne Année 2013
สุขสันต์วันคริสมาต Joyeux Noël et Bonne Année 2013 Je viens vers vous, aujourd'hui, mes chers amis et amies, mes chers étudiants et étudiantes afin de vous souhaiter un très joyeux Noël et une bonne et heureuse Année 2013, joie, santé, bonheur, tout au long de cette nouvelle Année 2013. Grosses bises, Dr.Ruchira Saengkrod.
สวัสดีปีใหม่ Merry Xmas and Happy New year 2013 My Dear, I come close to you all , friends & students to wish you Merry Xmas and Happy New Year 2013 May this new year brings just Good health, Luck and Joy. Big hugs Dr.Ruchira Saengkrod.

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทรงพระเจริญ Vive le Roi

Le Roi Rama IX Bhumibol Adulyadej (en thaï : ภูมิพลอดุลยเดช), né le 5 décembre 1927, couronné en 1950 sous le nom dynastique de Rama IX, est l'actuel roi de Thaïlande. Souverain constitutionnel, il est chef de l'État et protecteur des religions de Thaïlande. Il est aussi le plus ancien chef d'État en exercice actuellement. Dynastie : Chakri Nom de naissance : Maha Chakri Bhumibol Adulyadej Date de naissance : 5 décembre 1927 (85 ans) Lieu de naissance : Cambridge (États-Unis) Père : Mahidol Adulyadej, prince de Songkla Mère : Srinagarindra Conjoint : Sirikit Kitiyakara Enfants : Princesse Ubol Ratana Rajakanya Prince Maha Chakri Vajiralongkorn Princesse Maha Chakri Sirindhorn Princesse Chulabhorn Walailak
Biography of His Majesty King Bhumibol Adulyadej His Majesty the King was born on Monday the 5th of December 1927, at Mount Auburn Hospital, in Cambridge, Massachusetts, U.S.A., being the third and youngest child of Their Royal Highnesses Prince and Princess Mahidol of Songkla. His Majesty attended the Ecole Nouvelle de la Suisse Romande, Chailly sur Lausanne. Later on he moved to the Gymnase Classique Cantonal of Lausanne from where he received his Bachelier es lettres diploma. He then chose to enter Lausanne University to study science, but the sudden death of his elder brother, King Ananda Mahidol, in Bangkok on the 9th of June, 1946, changed the course of his life completely, for the Law of Succession bestowed on him the arduous but challenging function of the Thai Crown. The Government on behalf of the people came to ask the Princess Mother for her other son to be their King. As he had not finished his education, His Majesty decided to go back to Switzerland for another period of study, but this time in the subject of Political Science and Law in order to equip himself with the proper knowledge for government. Following the completion of his education in Switzerland in the early 1950s, His Majesty returned home to Thailand. In the years following, he began what has become his way of life - traveling throughout the year to the provinces and rural areas of the kingdom to visit his people, talk to them and, perhaps even more important, listen to them. He learns first hand of their needs and their problems and then sets about trying to find a way of giving immediate help; later these problems are studied in depth to find a permanent solution or way of assistance.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธย เป็นสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น ( MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ ( MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ ครั้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมาพุเพียง 19 พรรษา เท่านั้น ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนารทนเรนทร และพระยามานวราชเทวี เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่ออีกอย่างหนี้ด้วย ทรงเสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์แทนสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี มีพระโอรสและพระราชธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 ต่อมาได้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับชาวต่างชาติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ประสูติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ต่อมาได้นับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาราช สยามมงกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ประสูติเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2500 พระราชกรณียกิจ ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกระฉับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎร ในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจน ลำเค็ญ และด้อยโอกาส ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ปัญหาตลอดมาตราบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยที่รอยพระบาทได้ประทับลง ได้ทรงขจัดทุกข์ยากนำความผาสุกและทรงยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎร ให้ดีขึ้นด้วยพระบุญญาธิการ และพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฏรและเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 2,000 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรงขจัดปัญหาทุกข์ยากของ ประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร อุทกภัยและปัญหาน้ำเน่าเสีย ในปัจจุบัน ได้ทรงริเริ่มโครงการการช่วยสงเคราะห์และอนุรักษ์ช้างของไทยอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริเพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปถพี ประดุจน้ำทิพย์มนต์ ชโลมแผ่นดินแล้งร้าง ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนปัจจุบันนานกว่า 53 ปี แล้ว แม้ในยามประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ “ เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ ทฤษฎีใหม่” ให้ราษฎรได้พึ่งตนเอง ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพ ซึ่งราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในปัจจุบัน พระอัจฉริยภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานความรักอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ พระราชภารกิจอันหนักเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก จึงทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯถวายปริญญากิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ทุกสาขาวิชาการ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทยและต่างประเทศนำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรีในออสเตรเลีย ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์แด่พระองค์ นอกจากนั้นยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาชีเกมส์ทรงได้รับยกย่องเป็น “ อัครศิลปิน” ของชาตินอกจากทรงพระปรีชาสามารถด้านดนตรีแล้ว ยังทรงสร้างสรรค์งานจิตกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่น ทรงพระราชนิพนธ์แปลเรื่อง ติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่อง ชาดก พระมหาชนก พระราชทานคติธรรมในการดำรงชีวิตด้วยความวิริยอุตสาหะ อดทน จนพบความสำเร็จ แก่พสกนิกรทั้งปวง